สำหรับคนรักการตกแต่งบ้านทั้งหลายคงน่าจะคุ้นเคยหรือเคยได้ยินเกี่ยวกับการตกแต่งบ้านที่เรียกว่าสไตล์ลอฟท์ ด้วยสไตล์การตกแต่งที่โดดเด่นแต่กลับมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวแสดงถึงความเท่แบบเรียบแต่ดูหรูหรา

จึงทำให้ทุกอาณาเขตบริเวณภายในบ้านไม่เว้นแม้กระทั่งห้องครัวถูกเนรมิตให้เป็นลอฟท์สไตล์ไปโดยปริยาย
แต่รู้หรือไม่ว่าการตกแต่งห้องครัวแบบลอฟท์นั้น มีทั้งความง่ายและความยาก กล่าวคือ แค่มีเพียงโต๊ะไม้ขัดเคลือบเงาน้ำตาลและเก้าอี้ทรงสูงสีดำสักตัวก็สามารถทำให้ห้องครัวมีเคาน์เตอร์บาร์ loftได้ แต่ความยากก็คือ จะทำอย่างไรให้การตกแต่งทุกพื้นที่ในห้องครัวเป็นลอฟท์สไตล์ที่กลมกลืนกันเสียมากกว่า เพราะเชื่อว่ายังมีหลายคนที่เข้าใจผิดคิดว่าสไตล์ลอฟท์คือแนวดิบ เท่ เพียงอย่างเดียว แต่ลอฟท์ยังมีอีกหลากหลายรูปแบบให้เชฟประจำบ้านทั้งหลายได้เลือกตกแต่งตามแบบความเป็นตัวเอง เช่น
1. ลอฟท์ปูนเปลือย
เป็นการตกแต่งที่ยังเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามสไตล์ของลอฟท์คือ ความดิบและความเท่ แต่ถูกดึงดูดผ่านออกมาทางผนังปูนเปลือยที่แผงไปด้วยสีสว่าง เปรียบเหมือนกับคนสไตล์สองบุคลิกที่มีความมั่นคงหนักแน่นแต่ก็ยังมีความเบาบางในตัวเอง โดยมีเคาน์เตอร์บาร์ loft ที่ทำจากโครงเหล็กสีดำแต่ใช้เก้าอี้สีอ่อนดับความเข้ม ผสมกับการใช้สแตนเลสสีสนิมเพื่อให้เกิดความเก่าและมาพร้อมกับโต๊ะไม้เคลือบแลคเกอร์ให้ดูสีน้ำตาลเงามากยิ่งขึ้น
2. ลอฟท์โมเดิร์น
ถือเป็นสไตล์การตกแต่งที่แสดงว่าเจ้าของครัวต้องเป็นคนไฮแฟชั่นหรือค่อนข้างนำสมัยเลยทีเดียว เพราะเป็นการตกแต่งที่ผสมผสานความหรูหราแต่ยังคงกลิ่นเดิมของความเป็นลอฟท์อยู่ ด้วยการใช้ท็อปลามิเนตสีเทากับบริเวณเคาน์เตอร์บาร์ loft เมื่อโดนแสงของวอร์มไวท์ตกกระทบจะทำให้เป็นสีน้ำตาลอ่อน ส่วนโคมไฟเลือกใช้เป็นสแตนเลสสีดำทำให้ดูคล้ายเหมือนใช้เหล็กจริง และเพิ่มความสว่างด้วยผนังกระเบื้องโมเสดสีเทาสลับสีน้ำตาลยิ่งเพิ่มความหรูหราทันสมัยมากขึ้นไปอีก
3. ลอฟท์ดิบ
การตกแต่งสไตล์นี้ถือเป็นการแสดงออกถึงความลอฟท์อย่างแท้จริง ด้วยสไตล์ความดิบเท่ที่เหมาะกับชายหญิงสายลุยและมีความเป็นตัวของตัวเองมากที่สุด ด้วยการคุมโทนด้วยสีดำและน้ำตาลเข้มโดยเลือกใช้ลามิเนตลายหินอ่อนสีดำกับโต๊ะเตรียมอาหาร เพื่อให้เข้ากับตู้บิวท์อินสีน้ำตาลอ่อนหรือสีเทาและ เคาน์เตอร์บาร์ loft สีดำ เพิ่มความสว่างด้วยผนังปูนเปลือยและพื้นไม้ลามิเนตให้ดูมีความลงตัวมากยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่า สไตล์ลอฟท์ก็ไม่ได้มีเพียงรูปแบบเดียว เช่นนั้นแล้ว ไลฟ์สไตล์หรือความชอบของแต่ละคนก็ไม่ควรถูกจำกัดให้มีแค่เพียงอย่างเดียวเช่นกัน อย่างคนที่รักการทำอาหารก็ไม่ได้แปลว่าจะอ่อนโยนเสมอไป คนดิบ เท่ มีสไตล์ก็สามารถมีความรักในการเป็นเชฟประจำบ้านได้เหมือนกัน ฉะนั้น ไม่ว่าจะชอบสไตล์ไหนถ้ามันคือความสุขและตัวตนก็ถือว่าเป็นเรื่องดีๆ ทั้งสิ้น




