
ตู้แขวนผนังเป็นสิ่งที่แทบทุกห้องครัวต้องมี เหตุผลก็เป็นเพราะในห้องครัวนั้นมีเครื่องมือและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ต้องใช้เป็นจำนวนมาก และไหนจะของแห้งจุกจิกหลากหลายที่ต้องทั้งวางเก็บให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและใกล้มือหยิบจับง่าย ตู้แขวนผนัง
จึงเป็นการใช้พื้นที่บริเวณผนังห้องครัวให้เป็นประโยชน์ด้วยการนำมาติดตั้งตู้แบบแขวนเพื่อให้เก็บของได้ และมีบานประตูปิดเพื่อกันฝุ่น กันแมลงรบกวน และกันให้พ้นจากสายตาด้วย
ตู้แขวนผนังที่เห็นกันบ่อย ๆ ก็จะเป็นรูปแบบที่เป็นช่องสี่เหลี่ยมมีบานปิด ส่วนใหญ่มักทำเป็นช่องใหญ่ ๆ ไว้ ถ้าจะมีชั้นบ้างก็แค่ 2 ชั้นไม่เกินนี้ เผื่อไว้สำหรับใส่ของที่มีทรงสูง แต่ก็จำเป็นว่าตู้แขวนผนังจะต้องมีรูปทรงเป็นสี่เหลี่ยมแบบที่เราเห็นกันเท่านั้น เราสามารถออกแบบตู้แขวนผนังให้มีความแตกต่างทั้งเพื่อประโยชน์ใช้สอยและความสวยงามในแบบที่เราต้องการได้
ยกตัวอย่าง ขนาดความกว้างของตู้แขวนผนังเราอาจกำหนดเองได้ ถ้ามีสิ่งของที่ต้องการแยกหมวดหมู่ในการจัดเก็บมาก ก็ทำตู้ให้กว้างน้อยหน่อย เพื่อให้ได้จำนวนตู้ที่มากขึ้นต่อพื้นที่ที่เท่ากัน เป็นต้น หรืออาจใช้วิธีเล่นระดับขนาดความสูงของตู้แขวนผนังให้ลดหลั่นหรือสลับกันไป เป็นการเพิ่มมิติให้กับห้องครัว
คนที่ชื่นชอบการดื่มไวน์ ก็สามารถดีไซน์ตู้แขวนผนังในห้องครัวให้เพิ่มช่องสำหรับวางขวดไวน์เพื่อให้หยิบง่าย โดยออกแบบให้ช่องตู้เป็นชั้นแยกในแนวทแยงมุม เป็นการเพิ่มลูกเล่นของตัวตู้ และยังทำให้จัดวางขวดไวน์ในแนวนอนหันปากขวดออกให้หยิบได้ง่ายขึ้น ส่วนของตู้แขวนผนังที่อยู่ใกล้เคียงกันก็อาจออกแบบให้บานเป็นลวดลายทแยงมุม เช่น ใช้ไม้กับกระจกเงา ทำให้ดูเป็นการตกแต่งในสไตล์เดียวกันได้
สำหรับคนที่ไม่แน่ใจว่าของที่จะใส่ในตู้แขวนผนังห้องครัวจะมีอะไรบ้างนั้น การทำเผื่อควรทำให้กว้างเข้าว่า ไม่ควรกั้นให้ตู้เล็กหรือแคบเกินไป เพราะถึงเวลามีของชิ้นใหญ่ ยาว หรือสูง จะทำให้ไม่สามารถนำเก็บในตู้ได้ น่าเสียดายมาก ต้องหาที่เก็บใหม่ ทำให้หยิบใช้ไม่สะดวกและไม่ใกล้มือ
ส่วนวัสดุและสีของตู้แขวนผนังนั้น ควรให้มีสไตล์เดียวกันกับธีมของห้องครัวโดยรวม คือต้องมีสไตล์เดียวกันหรือใกล้เคียงกับตู้ล่าง ส่วนภายในตู้อาจทำเป็นสีขาวหรือสีครีม เพราะอย่างไรก็พ้นสายตาอยู่แล้ว ยกเว้นว่าถ้าใช้บานตู้ที่เป็นกระจกใส อาจต้องออกแบบให้สีของตู้ภายในเข้ากันได้กับภายนอกและห้องครัวโดยรวมด้วยเช่นกัน




